วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

RFID เทคโนโลยี

หากจะถามว่า RFID (Radio Frequency Identification) คืออะไร ก็คง งงๆ กันอยู่เหมือนกัน บางท่านก็จะตอบแบบง่ายๆ ได้ทันทีว่า เป็นเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เรามากขึ้นทุกวัน ทุกวัน ฉะนั้น เพื่อไม่ให้ตกเทรนใหม่ๆ เรามาลองทำความเข้าใจกับเจ้าเทคโนโลยี RFID หรือ เจ้าชิปอัจฉริยะ กันพอประมาณก่อนกันเลย

RFID (Radio Frequency Identification) คือ ระบบเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการคำนวณ และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยจะส่งกำลังด้วยคลื่นแม่เหล็ก หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แทนการสัมผัสทางกายภาพ มีการคาดการณ์กันว่าเทคโนโลยีดังกล่าว จะเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตประจำวันในระดับเดียวกับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ,อี-คอมเมิทสร์ (e--commerce) หรือแม้กระทั่งระบบสื่อสารไร้สายเลยก็ว่าได้
เทคโนโลยี RFID นั้น ในปัจจุบันมีใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ในส่วนของบ้านเรา ก็ได้นำเทคโนโลยีมาใช้กันให้เห็นมากขึ้นครับ จะเห็นได้จากการนำเทคโนโลยี RFID มาใช้กับบัตรเครดิต, บัตรสมาร์ทการ์ด, ระบบจ่ายเงินรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT ในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนตัวของเราก็มีเหมือนกันครับ เช่นเครื่องสำอางค์,ครีมทาผิว ทาหน้า ก็จะติดชิปไว้กับแพคเกจของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วย หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงของท่าน ก็เริ่มจะนำมาใช้ในประเทศไทยบ้างแล้ว ก็คือ การฝังไมโครชิปในสัตว์เลี้ยงเพื่อเก็บประวัติ ติดตามกรณีสัตว์เลี้ยงสูญหาย หรือไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นครับ และที่สร้างความฮือฮาในบ้านเราในปัจจุบัน ซึ่งมีการเปิดตัวกันไปไม่นานมานี้ก็คงจะเป็น นวัตกรรมใหม่ของทรูมูฟ ก็คือ “ทัชซิม” Touch SIM ซิมการ์ดที่ทำงานด้วยระบบ RFID ถือว่าเป็นการนำเทคโนโลยี RFID มาใช้งานบนมือถือครั้งแรกของประเทศไทย โดยทัชซิม จะใช้สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินทุกประเภท เสมือนบัตรเครดิตการ์ด โดยที่ซิมจะมีทั้งระบบเติมเงิน และรายเดือน
หากแต่ความสะดวกสบายก็แฝงมากับภัยร้ายที่กำลังจะมาถึงเช่นกัน นั่นก็คือ การแฮกข้อมูลส่วนตัวในบัตรเครดิตต่างๆ ดังเช่น กรณีของบัตร American Express ที่เป็นข่าวในต่างประเทศ โดยแฮกเกอร์สามารถแฮกเอาข้อมูลส่วนตัวในบัตรออกมาได้ด้วยเครื่องอ่านราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาท ข้อมูลที่อ่านได้นั้นรวมถึงหมายเลขบัตรเครดิต, ชื่อเจ้าของบัตร, และข้อมูลอื่นๆ ที่บรรจุไว้ในบัตร ซึ่งมากพอที่ผู้ที่ได้รับข้อมูลนี้จะนำไปใช้ในการโจรกรรมได้ โดยการแฮกนี้อาศัยความหละหลวมของการออกแบบโพรโตคอลในการถอดรหัสข้อมูลบนบัตรที่แทนที่จะมีการส่งข้อมูลกลับไปที่ธนาคารเพื่อถอดรหัส ธนาคารกลับไว้ใจให้เครื่องอ่านตามเคาท์เตอร์จ่ายเงินสามารถถอดรหัสข้อมูลบนบัตรได้เอง จะเห็นได้ว่า การโจรกรรมข้อมูลจากบัตร RFID มีความน่ากลัวค่อนข้างมาก ผู้ร้ายไม่จำเป็นต้องแตะตัวเราแม้แต่น้อย เพียงแค่คนร้ายสามารถเข้าใกล้เราในระยะที่ RFID ทำงานก็เพียงพอแล้ว

ก็อย่างที่ทราบๆ กันดีว่า ความสะดวกสบายก็แฝงด้วยภัยร้ายเสมอ ฉะนั้น ก็ขอให้ทุกท่านเสพเทคโนโลยีอย่างระมัดระวัง มิเช่นกัน ท่านอาจจะเป็นคนหนึ่งสูญเสียทรัพย์สินได้โดยไม่รู้ตัว.............

ปฐวี จรูญพัฒนพงศ์

RF: http://rfid.thai.net/rfid_main/index.php

ไม่มีความคิดเห็น: