วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

แนวโน้ม RFID เทคโนโลยีคลื่นลูกที่ 3

เทคโนโลยี RFID เป็น เทคโนโลยี กำลังมาแรงในยุคสมัย ที่มีความต้องการแข่งกับเวลาและประสิทธิภาพของการแข่งขั้นทางด้านการค้าในยุคปัจจุบัน RFID ช่วยให้ขั้นต้อนของการทำงานนั้นง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น จะเห็นได้จาก การใช่เทคโนโลยี RFID เข้ามามีบทบาทในวงการธุรกิจหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น เริ่มมีการอาร์เอฟไอดี มาประยุกต์ใช้งานในห่วงโซ่อุปทาน หรือซัพพลายเชน โดยวอลล์มาร์ท ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐ กลายเป็นตัวตั้งตัวตีรายแรกๆ ที่มีผลักดันให้คู่ค้ามีการติดตั้งใช้งานแทนบาร์โค้ต โดยปี 2548 บังคับให้คู่ค้า หรือผู้ผลิตสินค้าที่จัดส่งสินค้าให้กับวอลล์มาร์ท 100 อันดับแรก ต้องติดตั้งชิปอาร์เอฟไอดีแทนบาร์โค้ต ซึ่งจากการนำอาร์เอฟไอดีไปใช้ในปีที่ผ่านมาช่วยให้บริษัทวอลมาร์ทลดการขาดสินค้าลงได้มากกว่า 16 % ทำให้บริษัทวอลมาร์ทเดินหน้าบังคับให้ผู้ค้าติดตั้งระบบขึ้นอีก 300 รายและต้องติดตั้งทั้งหมดในปี 2551 ขณะที่ผู้ผลิตเสื้อผ้าชั้นนำอย่างเบเนตอง ได้เริ่มนำป้ายอาร์เอฟไอดีหรือสมาร์ทแท็ก มาติดที่เสื้อผ้า "Sisley" เป็นยี่ห้อแรก
เพื่อช่วยให้ร้านค้าสามารถตรวจสอบระดับสินค้าในสต็อกได้ทันทีที่ต้องการเพื่อประกอบการตัดสินใจในการสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม อีกทั้งเทคโนโลยีดังกล่าวยังสามารถเชื่อมต่อไปยังระบบสั่งซื้ออัตโมนัติได้อีกด้วย
อีกตัวอย่างที่น่าสนในคือห้างสรรพสินค้าในประเทศเยอรมัน มีการนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี มาช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าและลดจำนวนพนักงานในการเก็บเงินลูกค้า โดยลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าผ่านในร้านสามารถหยิบสินค้าที่ติดป้ายอาร์เอฟไอดี เดินผ่านเครื่องอ่านป้าย ซึ่งเครื่องอ่านจะคำนวณราคาของสินค้าทั้งหมด และตัดเงินจากธนาคารของลูกค้าอัตโนมัติโดยลูกค้าไม่ต้องรอคิว
ในต่างประเทศยังมีการนำอาร์เอฟไอดีไปประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ อาทิ ใช้เป็นป้ายประจำตัวผู้ป่วย ซึ่งป้ายดังกล่าวจะเก็บข้อมูลและประวัติการรักษาของผู้ป่วย ในขณะที่บางประเทศเริ่มนำป้ายอาร์เอฟไอดี มาติดที่ตัวผู้ป่วย เพื่อให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยได้ตลอดเวลาจากระยะไกล
สำหรับประเทศไทยนั้นเริ่มมีการนำร่องเอาอาร์เอฟไอดีมาใช้กับอุตสาหกรรมการส่งออกกุ้ง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเอกชน 2 ราย คือ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และบริษัทจันทบุรีโฟรเซ่นฟู้ด จำกัด นำร่องใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีในโรงงานส่งออกกุ้ง เพื่อใช้สร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Food Traceability) เพิ่มมูลค่าการส่งออกไปในตลาดยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ตามกฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) นอกจากนี้ยังเริ่มนำร่องนำอาร์เอฟไอดีมาติดตั้งในสัตว์ อาทิ วัว หรือ หมู เพื่อเก็บประวัติของสัตว์ อาทิ เพศ อายุ น้ำหนัก และประวัติการให้วัคซีน ขณะที่กระทรวงไอซีทีมีแผนนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอที มาใช้ในบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด ที่มีแผนเปิดประมูลอีก 60 ล้านใบอีกด้วย

สำหรับผู้เขียนแล้วคิดว่า เทคโนโลยี RFID มีประโยชน์มากในยุคสมัยนี้ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า การทำเช่นนี้ จะละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรอไม่ เพราะถ้าไครอยากรู้อะไรก้อเข้าไปตรวจสอบได้เลย แล้วมีระบบอะไรที่จะรองรับได้ว่า การจ่ายเงินหักกับบัญชีโดยอัตโนมัติ จะไม่มีการผิดพลาด แล้วจะสามารถยืนยันได้จริงหรอว่าเราเป็นคนที่ใช่ เทคโนโลยี RFID เป็นตัวจริง ถ้ามีวันหนึ่ง ให้ฝั่งเทคโนโลยี RFID ตั้งแต่แรกเกิด เพื่อระบุตัวตนแล้วล่ะก็ผู้เขียนคงต้องคิดอีกทีว่า มันจะดีจริงหรอไม่ แนวโน้ม ที่เทคโนโลยี RFID จะก้าวเข้ามามีบทบาท จะมีมากขึ้น ทุกวงการธุรกิจ จะเริ่มเปลี่ยนจากบาร์โค้ค มาใช้เทคโนโลยี RFID กันหมดในไม่ช้า เนื่องจากความสะดวกของเทคโนโลยี RFID แต่ การทำงานด้วยแรงงานคนก็จะ ลดน้อยลงไปด้วย คนจะมีการขาดงานกันเยอะขึ้น จึงน่าจะมีการคิดรองรับปัญหาเรื่องนี้เอาไว้ด้วย ไม่ใช่ คิดจะใช้เทคโนโลยี RFID แต่เพียงอย่างเดียว

เขียนโดย พรณรงค์ บุตรแก้ว
ID 507240

ไม่มีความคิดเห็น: